วิธีเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ อย่างไรบ้าง

เมื่อเรามีสินค้าที่ดี เราจะทำอย่างไรให้คนที่ไม่เคยรู้จักมีความเชื่อถือในสินค้าของเรา แต่สิ่งสำคัญก่อนสร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้าคือต้องมาพิจารณาก่อนว่า “สินค้าดี” ใครเป็นคนบอก เราบอกว่าดีกับคนอื่นบอกว่าดี มีความแตกต่าง คำว่าสินค้าดีจึงมีที่มา และส่งผลอย่างมากกับการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า

แต่ก่อนที่ลูกค้าจะบอกว่าสินค้าดีหรือไม่ สิ่งสำคัญที่ลูกค้าคำนึงถึงคือตัวเจ้าของสินค้า ว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน มีความซื่อสัตย์ รักษาคำพูด พูดจริงทำจริง ไม่หลอกลวง มีความกตัญญู เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม รับผิดชอบต่อสังคมหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานเบื้องต้นของการเป็นคนดีที่จะทำให้เกิดเป็นความน่าเชื่อถือ

เราสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองได้ไม่ยาก ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถบอกเล่าเรื่องราวการทำความดีของเราผ่านโลกโซเชียลได้ ไม่จำเป็นต้องปิดทองหลังพระอีกต่อไป โดยเป็นการบอกต่อหรือส่งต่อการทำความดีไม่ใช่การโอ้อวดหรือสร้างภาพ การทำความดีเมื่อคนอื่นได้รับรู้ จะเป็นการสร้างแรงจูงใจและชักชวนให้คนอื่นได้มาทำความดีร่วมกัน เมื่อตัวเราเจ้าของสินค้าเป็นที่น่าเชื่อถือในสายตาลูกค้าแล้ว ตัวผลิตภัณฑ์หรือสินค้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อมาที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า

วิธีสร้างความน่าเชื่อถือสินค้า

วิธีเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ อย่างไรบ้าง

Watch this video on YouTube

1.คุณภาพ

สินค้าต้องมีคุณภาพ สินค้าของเราตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หรือไม่ สินค้าดีมีคุณภาพหมายความถึงความสมบูรณ์หรือความสมดุลของผลิตภัณฑ์นั้น คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืน

2.มาตรฐาน

สินค้าของเรามีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลหรือไม่ เช่น สินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิตมาตรฐานอุตสาหกรรมต้องมี มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) หรือได้รับการรับรองจากมาตรฐานคุณภาพ ISO (International Organization for Standardization) หรือถ้าเป็นประเภทอาหารและยาต้องได้รับการรับรองโดยมีเครื่องหมาย อย. ปรากฏอยู่บนฉลาก หรือกระบวนการผลิตอาหารต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) ซึ่งเป็นมาตรฐานควบคุมดูแลความปลอดภัยในทุกกระบวนการผลิตอาหาร เป็นต้น

3. การสื่อสาร

เมื่อสินค้าดีแล้วต้องมีการสื่อสารออกไป ไม่ว่าจะเป็น online หรือ offline ใช้โอกาสต่าง ๆ ในการสื่อสาร

การสื่อสาร offline หาโอกาสการนำเสนอสินค้า อาจจะเป็นการเข้าร่วมสัมมนาต่าง ๆ ทั้งแบบที่มีค่าใช้จ่ายและแบบสัมมนาฟรี ให้แนะนำสินค้าของเรากับผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยเตรียมตัวอย่างสินค้าติดรถไว้เสมอ อย่ากลัวการนำเสนอ เพราะเราทำให้คนอื่นมีโอกาสได้ทดลองใช้สินค้าของเรา เมื่อครั้งใดที่เรามีการสื่อสารบอกกล่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเรา แล้วมีคนสนใจ เราสามารถให้เขาทดลองหรือตัดสินใจซื้อได้ในทันที หรืออาจใช้วิธีทำขนาดตัวอย่างแล้วนำไปแจกผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนเลยก็ทำได้เช่นกัน วิธีนี้ใช้ต้นทุนต่ำมากหากเปรียบเทียบกับการไปเช่าพื้นที่ออกบูธที่ต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่า ค่าการจัดแสดงสินค้า และอื่น ๆ ซึ่งในขณะเดียวกันการสื่อสารด้วยวิธีการจ้างคนหรือพนักงานไปแจกข้อมูลประชาสัมพันธ์สินค้าก็สามารถทำร่วมด้วยอีกทางได้เช่นกัน

การสื่อสาร online อาจนำเสนอเรื่องราว story ที่น่าสนใจชวนติดตาม ให้ลูกค้าได้รู้ว่ากระบวนการผลิตของสินค้าของเราเป็นอย่างไร สถานที่ตั้งหรือโรงงานมีอยู่จริงหรือไม่ อาจใช้วิธีการถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโอ หรือไลฟ์สดต่าง ๆ สร้างการรับรู้ทั้งสถานที่ สินค้า มาตรฐานต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ หากกระบวนการผลิตไม่ต้องการเปิดเผยทั้งหมด ก็สามารถเลือกบางมุมที่สามารถสื่อสารออกมาได้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ถึงแม้ลูกค้าอาจไม่ได้ตัดสินใจซื้อในขณะนั้น แต่เมื่อลูกค้าเกิดความมั่นใจก็มีโอกาสที่จะแนะนำหรือบอกต่อได้4. ช่อง4.ทางการจัดจำหน่าย

นำสินค้าไปวางไว้ในช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นโลตัส บิ๊กซี ร้านสะดวกซื้อ หรือจะเป็นบนโลกออนไลน์ แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ลาซาด้า เว็บไซต์ของเราเอง หรือจะเป็นการฝากขายในร้านค้าชุมชน เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับต้นทุน ไม่จำเป็นต้องวางทุกช่องทางการจัดจำหน่ายหากยังไม่มีต้นทุนมากนัก ให้ดูตามความเหมาะสมของสินค้าเราในเบื้องต้น เพราะหากเราผลิตสินค้าในช่วงเริ่มแรก ยังไม่จำเป็นต้องปูพรมวางขายทุกร้าน ทุกช่องทาง ให้เราดูจากกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก ว่าอยู่ระดับไหน เข้าถึงช่องทางใด ไม่ต้องเหวี่ยงแหให้โฟกัสเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรพิจารณาวางแผนไว้ก่อนการผลิตสินค้า

ในปัจจุบันช่องทาง online มีความสะดวกมากขึ้น หากเราสร้างการรับรู้ทำให้สินค้าของเรามีชื่อเสียงบนสังคม online แล้ว demand หรือความต้องการจากลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเอง ร้านค้าต่าง ๆ จะติดต่อขอสินค้าของเราไปวางจำหน่ายหน้าร้าน โดยไม่ต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปก่อน ใช้หลักการเริ่มจาก online ให้เป็นที่ยอมรับ แล้ว offline ก็จะตามมา

5. ความจริงใจ

การสร้างแบรนด์สินค้า ความจริงใจที่มีต่อลูกค้าและคู่ค้าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ยกตัวอย่างเช่น เราโฆษณาว่าสินค้าของเรา low fat หรือไม่ใส่สารกันบูด แต่ในสินค้าจริงที่ลูกค้าซื้อไป พบว่ามีทั้งสารกันบูดและไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้จริง แสดงให้เห็นว่าเราไม่มีความจริงใจต่อลูกค้า ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น

5 วิธีสร้างความน่าเชื่อถือสินค้า ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพ มาตรฐาน การสื่อสาร ช่องทางการจัดจำหน่าย และความจริงใจ ต้องใช้เวลาและงบประมาณที่ต้องจ่าย ซึ่งควรมีการจัดสรรวางแผนไว้ตั้งแต่เริ่มธุรกิจ และให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจึงจะเกิดประสิทธิผล ส่งผลให้แบรนด์สินค้าของเรามีความน่าเชื่อถือและธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน

5 วิธีออกแบบเว็บไซต์อย่างไรให้น่าเชื่อถือ

วิธีเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ อย่างไรบ้าง

5 วิธีออกแบบเว็บไซต์อย่างไรให้น่าเชื่อถือ

5 วิธีออกแบบเว็บไซต์อย่างไรให้น่าเชื่อถือ การออกแบบเว็บไซต์นอกจากต้องออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงามแล้ว เว็บไซต์ของคุณจะต้องดูมีความเชื่อถืออีกด้วย หากออกแบบเว็บไซต์ให้ดูสวยแต่ขาดความน่าเชื่อถือทำให้ผู้ที่กดเข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณนั้นกดออกได้ทันที วันนี้แอดมินอยากจะมาแนะนำ 5 วิธีออกแบบเว็บไซต์อย่างไรให้น่าเชื่อถือมาฝากทุกท่านไปดูกันเลยค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • สิ่งที่ไม่ควรทำในการออกแบบเว็บไซต์
  • 4 เทคนิคง่าย ๆ ในการออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้ดูดี 
  • วิธีการเลือกธีมในการออกแบบเว็บไซต์
Outline
  • ออกแบบเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย
  • ออกแบบเว็บไซต์ให้เห็นข้อมูลผู้ขาย
  • เขียนภาษาให้ถูกต้องชัดเจน
  • มีรีวิวการใช้จริง
  • มีการลงรางวัลต่าง ๆ

 

การออกแบบเว็บไซต์ให้ดูน่าเชื่อถือ

วิธีเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ อย่างไรบ้าง

  1. ออกแบบเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย

การออกแบบเว็บไซต์ให้ดูดี ดูน่าสนใจและมีความน่าเชื่อถือจะต้องออกแบบเว็บไซต์ให้ทันโลก ทันสมัยอยู่ตลอดเพราะการออกแบบที่ดูมีความทันสมัยจะทำให้ดูน่าเชื่อ ผู้ดูแลหรือผู้ออกแบบเว็บไซต์ต้องคอยปรับเปลี่ยน อัปเดตหน้าสินค้า,หน้าข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้หน้าเว็บไซต์ไม่มีการอัปเดตเด็ดขาดเพราะจะทำให้เว็บไซต์ดูร้างและขาดความน่าเชื่อถือทันที

  1. ออกแบบเว็บไซต์ให้เห็นข้อมูลผู้ขาย

การออกแบบเว็บไซต์ให้ดูน่าเชื่อถือจะต้องมีข้อมูลของผู้ขาย หรือข้อมูลที่อยู่ ที่ตั้งบริษัทให้ชัดเจนและจะต้องเป็นที่อยู่ที่แท้จริงและติดต่อได้ ข้อมูลที่จะต้องมีคือ ชื่อของบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ แผนที่ตั้งของบริษัท แฟกซ์(ถ้ามี) และช่องทางการติดต่ออื่น ๆ ถ้ามีอย่างเช่น Page Facebookn, Line , Instagram เป็นต้น หากเป็นการออกแบบเว็บไซต์เพื่อทำการค้าขายหรือทำธุรกิจอื่นอยากเพิ่มความน่าเชื่อถือให้มากขึ้นสามารถใส่เอกสารการจดทะเบียนพาณิชย์เพิ่มเติมได้

  1. เขียนภาษาให้ถูกต้องชัดเจน

หากเป็นการออกแบบเว็บไซต์ทั้งภาษาไทยจะต้องเขียนข้อความภายในเว็บไซต์ให้มีตัวสะกดถูกต้องชัดเจน และไม่ควรใช้ภาษาวิบัติ , เขียนคำผิด หากออกแบบเว็บไซต์ให้เป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษก็จะต้องเขียนให้ถูกหลักไวยากรณ์และแกรมม่า การเขียนข้อมูลต่าง ๆ ลงบนเว็บไซต์ให้ถูกต้องจะทำให้ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์เข้าใจง่าย และสร้างความน่าเชื่อถือดูมีความเป็นมืออาชีพ

  1. มีรีวิวการใช้จริง

หากเป็นการออกแบบเว็บไซต์ที่ต้องขายสินค้า บริการต่าง ๆ ควรจะมีการออกแบบเว็บไซต์ให้มีรีวิวจากผู้ใช้จริง รีวิวผลงานของธุรกิจเราให้ชัดเจนยิ่งมีการรีวิวเยอะเท่าไหร่ก็จะทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อหรือตัดสินใจใช้บริการได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

  1. มีการลงรางวัลต่าง ๆ

อีกหนึ่งวิธีที่จะออกแบบเว็บไซต์ให้ดูน่าเชื่อถือคือการลงใบประกาศรางวัล หรือผลรางวัลต่าง ๆ ที่ธุรกิจของเราได้รับมาเพื่อเป็นการการันตีให้ลูกค้าเชื่อใจและความน่าเชื่อถือ การออกแบบเว็บไซต์โดยใส่รางวัลต่าง ๆ ลงไปจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อสินค้า , บริการ หรืออยากจะเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้นานขึ้น

 

การออกแบบเว็บไซต์ให้มีความน่าเชื่อถือที่จริงแล้วยังสามารถทำได้อีกหลายวิธีเลยนะคะ ไว้โอกาสหน้าแอดมินจะนำความรู้เพิ่มเติมเรื่องการออกแบบเว็บไซต์มาฝากกันอีกนะคะ หากเราออกแบบเว็บไซต์ได้ครบตามทุกขั้นตอนที่ถูกต้องจะทำให้คุณออกแบบเว็บไซต์สมบูรณ์สวยงามและมีความน่าเชื่อถือได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

และหากคุณอยากออกแบบเว็บไซต์กำลังมองหาบริษัทรับออกแบบเว็บไซต์ KTn Develop เป็นบริษัทออกแบบเว็บไซต์ มีบริการออกแบบเว็บไซต์ หลากหลายรูปแบบซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบเว็บไซต์ครบวงจร มีตัวอย่างผลงานทางด้านเว็บไซต์มากมาย ถ้าคุณต้องการบริษัทรับออกแบบเว็บไซต์สวย ๆ มีความ Mood and Tone ออกแบบเว็บไซต์ราคา สุดคุ้มเพื่อให้ธุรกิจของคุณสร้างยอดขายได้มากยิ่งขึ้น ให้ KTn Develop ดูแลคุณสิคะ KTn We grow together ให้เราเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจคุณ