บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด มหาชน ประวัติ

ด้วยกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ รวม 8.72 ล้านตันต่อปี และกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน นับเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจร (Integrated Petrochemical and Refining) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นบริษัทชั้นนำในระดับภูมิภาคอาเซียนทั้งขนาดและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่แข็งแกร่งด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทั้งสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ เป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจปิโตรเคมี โดยบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะต้องมีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดการประหยัดจากขนาด (Economy of scale) เพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลง และต้องมีความเชื่อมโยงกันอย่างหลากหลายครบวงจร (Fully Integrated) ทั้งนี้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น โดยจะได้ผลประโยชน์เพิ่มเติมจากการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการรวมธุรกิจ (Synergy) ระหว่าง PTTCH และ PTTAR ซึ่งเกิดจากการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และการลดค่าใช้จ่ายจากการใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งสามารถบริหารการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ตามความต้องการของตลาด (Production and Market Optimization) อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว จากมูลค่าเพิ่มที่ได้รับจากการสร้าง Chemical Flagship ของกลุ่ม ปตท. และเพิ่มโอกาสการขยายธุรกิจร่วมกันในอนาคต ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน

 

ชื่อหน่วยงาน

วันที่จัด

หลักสูตรที่จัดอบรม

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

11-Mar-57

อบรมเจ้าหน้าที่เพื่อลงพื้นที่ในการเยี่ยวยาผู้ประสบภัย

เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมที่ยั่งยืน ด้วยการเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้นวัตกรรมและบุคลากร เราปลูกฝังและบ่มเพาะบุคลากรให้มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง มีความยึดมั่นในความเป็นเลิศแห่งวิชาชีพ รวมถึงมุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านการวิจัยพัฒนา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนำสมัย

บริษัทฯ มุ่งพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ มุ่งสู่การเป็นต้นแบบองค์กรยั่งยืน เตรียมพร้อมการแข่งขันในเวทีโลก โดยให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานทุกมิติ ซึ่งบริษัทฯได้กำหนดกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางของกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ภายใต้กรอบ DJSI (Dow Jones Sustainability Indices-Chemical Sector) โดยเริ่มต้ตจากการดำเนินธุรกิจทีมีความรับผิดชอบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี นอกจากนั้นยังขยายการดำเนินธุรกิจยั่งยืนออกสู่คู่ธุรกิจ โดยมีการพัฒนาร่วมกันกับคู่ธุรกิจในมิติความยั่งยืน อาทิ จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการต่อยอดไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับชาติและนานาชาติต่อไป

ด้วยความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสร้างสมดุล 3 ด้าน คือ (1) ด้านเศรษฐกิจ (2) ด้านสังคม และ (3) ด้านสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างการเติบโตขององค์กร การตอบสนองความคาดหวังต่อผู้มีส่วนได้เสีย ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี

+ มิติเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากการประยุกต์ใช้นวัตกรรมของบริษัทฯ (Innovation management) และการสร้างความเข้มแข็งให้กับคู่ค้า หรือลูกค้า เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยรวม (Supply chain management)

+ มิติสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Product stewardship) และการจัดการภาวะโลกร้อนรวมถึงการจัดกระบวนการผลิตด้วยมาตรฐานระดับโลก (Climate strategy&Eco-efficiency)

+ มิติสังคม ได้แก่ การสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้านสังคม (Social reporting i.e.HCROI/SROI)

โครงการถังน้ำสะอาด INNOPLUS

ศูนย์กลางการผลิตพลาสติกชีวภาพ

เพื่อปรับปรุงประเด็นสุขภาพของประชาชน บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มที่สะอาด และลดความขัดแย้งการใช้น้ำระหว่างชุมชนและพื้นที่ดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ให้การสนับสนุนเม็ดพลาสติกโพลีเอทีลีน ความหนาแน่นต่ำเชิงเส้น โดยตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯสนับสนุนเม็ดพลาสติกปริมาณกว่า 57 ตัน สำหรัับนำไปผลิตเป็นถังบรรจุน้ำขนาด 2,000 ลิตร จำนวน 651 ใบ ให้กับชุมชนที่มีปัญหาดานการขาดแคลนน้ำตามภูมิภาคต่างๆของประเทศ

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางการผลิตพลาสติกชีวภาพหรือ Bioplastic Hub ในภูมิภาคอาเซียน โดยพลาสติกชีวภาพประเภทโพลีแลกติกแอซิด เป็นพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ ขึ้นรูปได้ดี สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ด้วยความมุ่งมั่นในการใช้นวัตกรรมเพื่อก่อประโยชน์กับสังคมและชุมชน  บริษัทฯได้ร่วมมือกับมูลนิธิโครงการหลวงและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยสนับสนุนพลาสติกชีวภาพ PLA เพื่อนำมาใช้เป็นถุงเพาะชำและพลาสติกโรงเรือนสำหรับใช้ในแปลงปลูกและโรงเรือน โดยบรรจุภัณฑ์เพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี ในขณะที่ผลิตภัณฑ์พลาสติกทั่วไปใช้เวลากว่า 100-400 ปี

Toplist

โพสต์ล่าสุด

แท็ก